เหมือนเพิ่งเมื่อวานนี้เอง ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ไปๆมาๆมันก็จะสี่เดือนแล้ว แล้วเราก็พบตัวเองกำลังจองตั๋วจะกลับบ้านอีกครั้ง
ถึงมันจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็มีความหมาย
ตอนนี้ที่นี่กำลังอยู่ช่วงระหว่างฤดูใบไม้ร่วงเข้าฤดูหนาว ใบไม้สวยจับใจ ขนาดไม่ได้ออกไปไกลจากมหาลัยหรือดาวน์ทาวน์ยังรู้สึกว่าสวยขนาดนี้ ถ้าได้ไปตาม national park จะสวยขนาดไหนน้า แต่ก็อย่างว่าแหละ ที่นี่ก็รัฐเล็กๆ เป็นที่ราบแห่ง midwest ก็จะมี national park อยู่นิดหน่อยแบบไม่ค่อยอลังการ แต่ถ้าได้ไปก็ยังดีโนะ รอๆๆจังหวะเวลาและโอกาส :)
ก่อนใบไม้จะร่วงโกร๋นไปจนหมดทั้งเมือง ก็เลยอยากจะเก็บรูป บันทึกความทรงจำเอาไว้ มันสวยจนเราเองที่เห็นใบไม้เปลี่ยนสีมาก็เยอะแล้ว ก็ยังอดเคลิ้มไปอีกไม่ได้ บางทีก็คิดว่า นี่สินะ รางวัลของความเหน็บหนาว ฮ่าๆ อากาศที่นี่ทารุณมาก หนาวตั้งแต่เดือนตุลา พอเข้าพฤศจิกา อากาศก็เริ่มเข้าเลขศูนย์ จนตอนนี้ติดลบไปแล้วเรียบร้อย คือนี่ไม่ใช่ฤดูใบไม้ร่วงที่ฉันรู้จักเลยย 555 อากาศโหดร้ายมาก เมื่อเช้ารีบไปเอาของที่ตู้จดหมายแล้วใส่รองเท้าแตะออกไป โอ้โห ตระหนักรู้เลยว่าความหนาวแบบที่หนาวจนบาดผิวมันเป็นยังไง มันเหมือนมีมีดมากรีดผิวหนังเข้าไปยังไงยังงั้น... นั่นแหละ ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า ก็เพราะหนาวจัดจ้านแบบนี้สินะ พอสวยก็เลยสวยเต็มที่ สวยจัดจ้าน เปลี่ยนสีเต็มที่ แดงเป็นแดง เหลืองเป็นเหลือง ส้มเป็นส้ม ไม่มีกั๊ก ทุกอย่าง to the max ไม่ว่าจะอากาศหรือใบไม้
ก็จะคิดว่านี่เป็นรางวัลของความทรมานก็แล้วกัน ในความเลวร้าย มันก็มีสิ่งที่สวยงามอยู่ด้วย ต้องคิดแบบนี้ถึงจะมีแรงแต่งตัวออกจากบ้านทุกวันๆ
ช่วงนี้มหาลัยปิด Thanksgiving หนึ่งอาทิตย์ ก็ได้หายใจหายคอหน่อย แต่ลึกๆใจก็ยังกังวลถึงงานมากมายที่รออยู่นั่นแหละนะ แต่มันก็จะผ่านไปๆนั่นแหละ
วันหยุดก็เลยมีเวลาไปเดินเล่น ถ่ายรูปเล่น แต่งรูปเล่น แล้วก็เขียนบล็อก 555 เอาเป็นว่าขอให้บล็อกหน้านี้ได้เป็นพยานว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้มาอยู่ที่นี่ ในเมืองนี้ ในฤดูกาลนี้ ในช่วงเวลาที่ intense ไปหมดทุกอย่างอย่างนี้ ทั้งอากาศ ความงดงามของฤดูกาล ความเครียด ความเหงา ความทุกข์ ฯลฯ
ทุกอย่างมันหนักหนา แต่ว่ามันก็เหมาะสมดีแล้ว Everything happens for a reason จนถึงวันนี้เราก็ยังเชื่อแบบเชยๆแบบนี้
© 2026 Patawee Promsen