วันนี้ครบรอบสองปีที่แม่จากไป
เวลาผ่านไปไวเหมือนชั่วกระพริบตา เหมือนชั่วผีเสื้อกระพือปีก
มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมานี้
ทั้งสำหรับลูก สำหรับครอบครัวของเรา และสำหรับโลกใบนี้
แต่ก็มีเรื่องราวมากมายที่ยังดำเนินต่อไปและยังไม่จบสิ้น
แม่จะแปลกใจไหม ถ้ารู้ว่าทุกวันนี้โควิดยังไม่หายไปจากโลกของเราเลย
คนเราชอบพูดกันว่า “ถ้าโควิดหาย พวกเราจะ...”
จนตอนนี้สองปีกว่าเข้าให้แล้ว โควิดยังอยู่กับเราอยู่เลยแม่
ประเทศไทยยังระบาดหนักเหมือนเดิม มีการจัดการที่แย่เหมือนเดิม
เหมือนเมื่อช่วงที่เราเริ่มหัดใส่แมสก์ไปโรงพยาบาลกันใหม่ๆเลย
เงินเฟ้อก็เฟ้อขึ้นทุกวันเลยแม่ ข้าวของแพงขึ้นมากๆ
เดี๋ยวนี้ไปซื้อของที่ห้างทีหมดไปเป็นร้อยเหรียญ
แต่ได้ของกินของใช้กลับมานิดเดียวเอง แทบไม่เหลือเงินไปใช้อย่างอื่นเลยล่ะ
ค่าเดินทางก็แพง ตั๋วเครื่องบินขึ้นราคาตั้ง 40% จากช่วงนี้เมื่อปีก่อนเลย
แต่เงินเดือนที่ได้ ยังเท่าเดิมเหมือนก่อนแม่จากไปเลยแม่ 5555
โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวันๆเลย
รัสเซียก็ทำสงครามกับยูเครน รบกันมาเป็นเดือนๆแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น
สงครามมันไม่ใช่อะไรอื่นเลย นอกจากการที่คนบริสุทธิ์จำนวนมาก
ต้องมาเป็นเหยื่อ มารับใช้ และเป็นสนามอารมณ์ให้คนมีอำนาจเพียงไม่กี่คน
พม่าก็ยิงคนตายกลางเมืองเป็นว่าเล่น เพราะความชั่วของเผด็จการทหาร
ลูกคงไม่ได้กลับไปพม่าอีกนาน ทั้งที่มันเป็นเมืองที่ลูกรักมาก
สงครามและความสูญเสียเกิดขึ้นเร็วมากในช่วงเวลาสั้นๆเท่านี้เอง
แต่สำหรับคนที่สูญเสีย มันคงกินเวลายาวนานไม่สิ้นสุด
เวลาเลยเป็นสิ่งที่ subjective มากเลยนะ
บางครั้งมันก็เหมือนแสนสั้น บางครั้งก็ยาวนานชั่วกัปกัลป์
บางครั้งลูกรู้สึกเหมือนแม่เพิ่งจากไปเมื่อวันก่อน
แต่เมื่อคิดถึงแม่ มันก็ยาวนานเหลือเกินแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน
บ่อยครั้ง ที่ลูกลืมตัว เหมือนว่าแม่ยังคงอยู่
ลูกมักจะเผลอคิดว่า แม่กำลังทำอะไรอยู่นะ จะโทรไปหาแม่ดีหรือเปล่า
ความรู้สึกอยากกดโทรศัพท์ไปหา เป็นความรู้สึกที่ฝังลึกอยู่ในจิตสำนึก
อยู่ในเนื้อตัว ในร่างกาย และสลัดทิ้งยากยิ่งกว่าสิ่งใดอื่น
เพราะนับแต่วันที่ลูกออกจากบ้านมาเรียนหนังสือ
ไม่ว่าจะที่กรุงเทพฯหรือที่อเมริกา
ความสัมพันธ์ของเราก็ล้วนต้องพึ่งพาโทรศัพท์
การโทรกลับบ้านไปหาแม่เป็นความคุ้นเคยอย่างยิ่ง
เป็นสิ่งแสนสามัญที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย สบายใจ
มันจึงเป็นพฤติกรรมที่ติดแน่นอยู่ในตัวลูก
ที่ลูกเสพติด และเผลอทำซ้ำๆ แม้แต่ในวันที่แม่จากไปแล้ว
แต่ลูกจะเชื่อมโยงความรู้สึกของการเสพติดเข้ากับความคิดถึงได้อย่างไร
มันดูจะเป็นการเปรียบเทียบที่ฉาบฉวยเกินไป
ในเมื่ออาการเสพติดนั้นยังบรรเทาเบาบางลงได้ตามวันเวลา
แต่นี่คือความรู้สึกที่มีต่อแม่ คนที่อยู่กับลูกมาตั้งแต่แรกเกิด
คนที่ปกป้องดูแลลูกมาทั้งชีวิต
ความรู้สึกเช่นนี้อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ยาก
และไม่ว่าอธิบายออกมาได้ดีเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันเท่ากับสิ่งที่เอ่อล้นอยู่ในใจนี้
แต่ลูกรู้ แม่ก็อยู่ในตัวลูกนี่แหละ
อยู่ในร่างกาย ในเลือดเนื้อที่แม่ให้มา
อยู่ในการมองโลก ในนิสัย ในพฤติกรรมที่ได้มาจากแม่
อยู่ในดวงตาคู่นี้ อยู่ในหัวใจดวงนี้
ลูกจะพาแม่ไปด้วยทุกที่ จนกว่าจะถึงวันที่เราได้เจอกันอีกครั้ง <3