"ใช่-ในความรู้สึก ชีวิตไม่ใช่นวนิยาย การเคลื่อนไหวไปกับกลางวันและกลางคืนของกรุงเทพฯเป็นการท้าทาย แต่มันก็กลายเป็นความเหน็ดหน่ายได้เหมือนกัน แม้ว่าข้าพเจ้าจะหยุดอายุตัวเองไว้เพียง 28 เท่านั้น หลังจากผ่านผู้หญิงหลายคนและเมียหลายคน พบความสุขและความขมขื่น ความผิดพลาด ความร่ำรวยและความยากจน ความทรมานของกรณีพลัดพราก ความหึงหวงเข้มข้น และความเสเพลของข้าพเจ้าโดยไม่อาจปฏิเสธ แล้วเพื่อนหลายคนพิศวงว่าข้าพเจ้าทำไมไม่แต่งงานกับผู้หญิงที่แซนแฟรนซิสโก กับคนนี้กับคนนั้น ข้าพเจ้าไม่มีคำตอบเหมือนกัน ในหลายกรณีความรักไม่มีเหตุผล แต่ข้าพเจ้าชอบใจผู้หญิงทุกคนที่เป็นทั้งนรกและสวรรค์ หรือเป็นทั้งสองแบบในคนเดียวกัน" - 'รงค์ วงษ์สวรรค์
คุณ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ มักบอกใครต่อใครว่าเขาหยุดเวลาไว้ที่อายุ 28 ชื่อของเขาจึงมักมี (หนุ่ม) ต่อท้าย เราไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาจึงยึดถือเป็นมั่นเหมาะว่า 28 คือวัยที่ดีที่สุดที่เขาอยากจะหยุดอายุตัวเองเอาไว้ตลอดไป เพราะสำหรับเราแล้ว 28 คือช่วงเวลาที่อยากรีบเร่งให้ผ่านพ้น
28 ให้อะไรเราบ้าง?
28 ให้ความสุข แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เราได้เรียนรู้ว่าความสุขนั้นมีระยะเวลา และมันมักจะสั้น เราได้เรียนรู้ว่าเราจะไม่ประมาทความสุขอีก เพราะเมื่อมันเข้ามาทำให้หัวใจเราพองโต พาเราล่องลอยขึ้นไปบนสวรรค์ สักพักมันก็พาเราจิ่มดิ่งลึกลงไปลึกลงไปในห้วงสมุทร บางคราวก็ลึกและมืดมิดเสียจนเราลืมไปเสียสิ้นว่าเราเพิ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความสุขล้น
28 ให้ความทุกข์ เป็นอีกปีหนึ่งที่แม่เปิดตำราดูดวงและบอกว่า "ปีนี้ความสุขตกวินาศ" และแม่หมอคนทรงเจ้าร้านอาหารไทยบอกว่า "ปีนี้หนักหน่อยนะ" ถึงเคสหลังจะดูไม่น่ายึดถือเอามาเป็นแก่นสาร แต่บ่อยๆก็อดคิดตามไม่ได้ว่า ปีนี้มันก็หนักหนาจริงๆนั่นแหละ เป็นปีแห่งการถูกหักหลัง ถูกหลอกลวง จนแทบจะสูญเสียศรัทธาในตัวผู้คนไปหมด คุณโตมรเคยเขียนไว้ว่า เมื่อเราโตขึ้นมา ชีวิตจริงอาจจะทำให้เราจะเสียศรัทธาในตัวมนุษย์ที่เรารักไป แต่เมื่อเราโตขึ้นอีกหน่อย เราจะเรียนรู้เองว่า เราจะสูญเสียศรัทธาในตัวผู้คนโดยไม่ต้องเสียชิ้นส่วนในหัวใจเราไปด้วยได้อย่างไร เราไม่เชื่อ และไม่คิดว่าจะมีใครทำได้ เพราะเมื่อเราศรัทธาในสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้ว ต่อให้เราจะมาค้นพบทีหลังว่าสิ่งนั้นหลอกลวงตบตาเรา และเราจะรับมันได้ เพราะมันเคยเกิดขึ้นในชีวิตเรามาก่อน แต่เราก็จะไม่มีวันเคยชินกับมัน... เรื่องบางเรื่องต่อให้เกิดขึ้นกับเราเป็นรอบที่ห้า รอบที่สิบ หรือรอบที่ร้อย เราก็จะไม่มีวันชินกับมัน เราจะไม่มีวันไม่เสียชิ้นส่วนในหัวใจของเราให้เขา เราจะไม่มีวันไม่รู้สึกรู้สาอะไรได้ เราเพียงแต่อาจจะจัดการความรู้สึกตัวเองได้เร็วขึ้นบ้างเท่านั้น
28 ให้ความตื่นรู้ ก่อนกลับมาเรียนที่นี่ มีวันหนึ่งพ่อกับแม่พาไปไหว้พระที่วัดประจำจังหวัด ป้ายที่ห้อยอยู่ที่ต้นไม้หน้าวัดเขียนไว้ว่า "คนเรามีเวลาโง่ด้วยกันทุกคน แต่ไม่มีใครโง่ตลอดกาล" ขอบคุณความโง่ในปีที่ผ่านมาที่พาเราไปพบภาวะตาสว่าง ที่พาเราผุดพ้นขึ้นมาจากโคลนตมที่เกาะกุมตัวและหัวใจอยู่นาน ขอบคุณที่พาเราไปเข้าคลาส Mindfulness และปลดล็อกความคิดบางอย่างที่ทำให้เรารอดพ้นจากการลงโทษตัวเอง ขอบคุณที่พาเราไปพบ Podcast ของหลวงพ่อปราโมทย์ ที่ทำให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวางจากอดีต และอยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติและรู้เท่าทันมากยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่งที่หลวงพ่อพูดในเทปล่าสุดที่ฟัง ท่านพูดว่า คนเรามักพูดกันว่า ทำดีนั้นยากกว่าทำชั่ว ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย คนชั่วทำดียากกว่าทำชั่ว ส่วนคนดีนั้นทำชั่วยากกว่าทำดี เพราะฉะนั้นความดีความชั่วเป็นเรื่องที่ยากพอๆกัน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานจิตใจของแต่ละคน ถ้าหากเราเป็นคนดีและตั้งมั่นที่จะทำสิ่งดีๆ การทำความดีก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำชั่วต่างหากที่จะฝืนใจเรายิ่งกว่า... ตลอดชีวิตนี้ เราไม่เคยคิดว่าเราเป็นคนดีอะไร แต่เมื่อได้มาเจอความชั่วช้าต่างๆนานาในปีที่ผ่านมา เราก็คิดว่าเราเองก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก :P มันทำให้เราอยากจะเป็นคนดีๆที่ดีจริงๆให้ได้ เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้น มีสติรู้เท่าทันความคิดและการกระทำของตัวเอง อยากรับผิดชอบตัวเองให้ได้ดีขึ้น เป็นลูกที่ดีขึ้น เป็นนักเรียนเป็นเพื่อนเป็นคนรักเป็นอะไรก็ตามให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว วันหนึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่มีวันเสียใจเลย
28 ให้โอกาสที่ดีในชีวิต ปีนี้เข้าเรียนที่ IU เป็นปีแรก ก็เหนื่อยหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากับการเหนื่อย คุ้มค่ากับความหนาว คุ้มค่ากับความเหงา ปีแรกมันก็จะยากหน่อยอย่างนี้ ก็ต้องใช้เวลาค่อยๆปรับตัวกับวัฒนธรรมมหาลัยและคณะ(ที่มีความเนิร์ดมากกว่ามหาลัยเดิมมากๆจนตกใจ) ต้องค่อยๆค้นหาไปว่าใครคนไหนจะเป็นเพื่อนที่เราจะอยู่ด้วยแล้วสบายใจจริงๆ (เรื่องมากและนิสัยเสียอีกนั่นแหละ พออายุมากขึ้น เพื่อนแบบผิวเผินก็ไม่อยากจะคบหา อยากจะอยู่แต่กับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และก็ยังชอบอยู่คนเดียวอยู่มากๆ) ต้องค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับฤดูหนาวของ Midwest ให้ได้ ถ้าหากเราผ่านสิ่งต่างๆเหล่านี้ไปได้ ต่อไปเราก็จะแข็งแกร่งมากกว่านี้
28 ให้ประสบการณ์ ก็ทุกอย่างที่ผ่านมานั่นแหละ ไม่ว่าจะดีเลวยังไง สุดท้ายมันก็จะผ่านไป และมันก็จะกลายเป็นประสบการณ์อยู่ดี...
บ๋ายบาย 28 ขอบคุณมากนะที่ให้อะไรเรามากมาย ถ้ายึดตามเกณฑ์คุณ 'รงค์ ว่า 28 คือวัยหนุ่ม งั้นตอนนี้เราก็คงจะไม่ใช่วัยหนุ่มสาวอีกต่อไปแล้ว ฮ่าๆๆ