เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันเคยใฝ่ฝันว่าอยากไปเที่ยวกับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา
ไปด้วยกันแค่สี่คน นั่งรถหรือขับรถกันไปเอง โดยไม่ต้องไปแปะติดครอบครัวคนอื่น
แต่ความเป็นจริงก็คือ เราไม่เคยได้ไปไหนด้วยกันครบทั้งครอบครัวเลย
และเมื่อเราอยากไปที่ไหนสักแห่ง ใกล้หรือไกล เราต้องพึ่งพาคนอื่นอยู่เสมอ
เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย แม้จะยังเด็กนัก ฉันใฝ่ฝันว่าอยากมีบ้านอยู่ในเมือง
เพื่อที่จะได้มีชีวิตแบบเพื่อนๆคนอื่นๆ ที่ได้ไปเที่ยวเล่นกันหลังเลิกเรียน
ได้ออกไปเจอกันวันเสาร์อาทิตย์แบบสบายๆ ไม่ต้องรีบเร่ง
แต่ในความเป็นจริงก็คือบ้านเราอยู่ไกล เดินทางไปไหนมาไหนเองไม่ได้
ฉันเข้าใจดี แต่ในใจก็ยังใฝ่ฝัน...ที่จะได้โผบินออกจากอ้อมอกของแม่บ้าง
โตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น ฉันกลับใฝ่ฝันว่าอยากอยู่กับครอบครัวแบบพร้อมหน้า
อยากกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม อยากมีชีวิตแบบเดิมเหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไป
แต่ความเป็นจริงก็คือฉันต้องใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองหลวง
ที่ไม่เพียงแต่ว้าเหว่ แต่ยังเหนื่อยล้า เพราะต้องจัดการชีวิตด้วยตัวเองทั้งหมด
เรียนจบมา ฉันใฝ่ฝันอยากทำงานหนังสือที่ตัวเองรัก
ใฝ่ฝันอยากเห็นอาชีพหนังสือเป็นอาชีพที่ใช้หล่อเลี้ยงทั้งชีวิตและจิตวิญญาณได้
แต่ในความเป็นจริง ฉันทำงานหนักราวกับทาสในโรงงานหนังสือ
ผลิตหนังสือให้สำนักพิมพ์ห่วยแตก ผู้บริหารห่วยแตก
ที่ใช้งานลูกน้องทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมง
ด้วยฐานเงินเดือนหนึ่งเริ่มต้นหนึ่งหมื่นบาทถ้วน และไม่มีค่าล่วงเวลา
ฉันจึงใฝ่ฝัน ว่าวันหนึ่งข้างหน้า ฉันจะมีสำนักพิมพ์เป็นของตัวเอง
พิมพ์งานของตัวเอง ในแบบที่ตัวเองอยากเห็น
พิมพ์งานของคนอื่น ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านหนังสือ
แต่ในความเป็นจริง แม้แต่งานเขียนที่ฉันรัก ฉันก็ยังไม่สามารถทำมันจนสำเร็จ
ฉันอ่อนแอเกินไป พยายามน้อยเกินไป หรืออาจจะเก่งไม่พอ
ที่จะเขียนงานเป็นชิ้นเป็นอันออกมาให้ได้
อีกทั้งการลงทุนพิมพ์หนังสือและทำสำนักพิมพ์เอง ก็ต้องใช้ต้นทุนมากเหลือเกิน
ในฐานะคนรักหนังสือ ฉันยังใฝ่ฝันอยากมีร้านหนังสือ
เปิดเป็นร้านเล็กๆในเมืองเล็กๆ รับมาแต่หนังสือที่เราคัดสรรแล้วว่าดี
มีโปสการ์ด สมุด เครื่องเขียน สี ฯลฯ ของที่เราชอบขาย
มีกิจกรรมเกี่ยวกับหนังสือพอให้ร้านคึกคัก
แต่ในความเป็นจริงก็คือ ฉันไม่ได้มีเงินมากพอที่จะลงทุนทำร้านหนังสือ-
ธุรกิจที่มีแต่จะถดถอย ในวันที่การอ่านหนังสือและหนังสือกลายเป็นของฟุ่มเฟือย
ในวันที่โลกหมุนเร็วเหลือเกิน
ฉันเดินทางจากบ้านไปเรียนต่างประเทศ
เรียนรู้โลกกว้าง เรียนรู้ชีวิตผู้คนที่อยู่นอกเหนือขอบเขตประเทศเล็กๆของเรา
ฉันมองเห็นข้อบกพร่องมากมายในประเทศเล็กๆนี้
ฉันจึงใฝ่ฝันที่จะเห็นบ้านเราพัฒนาได้มากกว่าที่เป็นอยู่
คนไทยบางคนเรียกคนอย่างฉันว่าพวกนักเรียนนอกซ้ายจัดดัดจริต
บางคนเรียกฉันว่าพวกชังชาติ
แต่ที่จริงแล้ว ฉันเพียงแค่หวัง หวังจะเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
หวังอยากเห็นบ้านเราก้าวหน้า เห็นคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมองคนด้วยกันเท่ากัน
และเชื่อเถอะว่า ไม่มีคนที่เห็นข้อด้อยและอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงข้อด้อยนั้น-
คนไหนหรอก ที่เกลียดชังชาติตัวเอง
ฉันใฝ่ฝันอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริง ประเทศเราเป็นแบบนี้มาช้านาน
โครงสร้างสังคมของเรามีปัญหามาตั้งแต่ต้น เรามีปัญหารอบด้านที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น
เราจึงไม่รู้เลยว่าความหวังที่จะเห็นบ้านเราดีขึ้นนั้นจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
วันนี้ ในวัยสามสิบ ฉันผ่านชีวิตมาระดับหนึ่ง นานพอที่ความฝันบางอย่างจะกลายเป็นความจริง แต่ฉันก็ยังมีความฝันอีกหลายอย่างที่อยากทำให้ได้ ทั้งความฝันเพื่อตัวเองและความฝันเพื่อผู้อื่น
ฉันอยากเรียนจบในเร็ววัน แต่ในความเป็นจริงยังมีด่านอีกหลายด่านรอคอยอยู่ ในเส้นทางของการศึกษา
ฉันอยากเก็บเงินให้ได้มากๆ แต่ในความเป็นจริงภาระค่าใช้จ่ายก็เยอะเหลือเกิน
ฉันฝันอยากขับรถให้เก่งๆ เพื่อที่จะดูแลและแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้ แต่ในความเป็นจริงฉันขับได้แต่รถเกียร์ออโต้ ในขณะที่บ้านเราใช้รถเกียร์ธรรมดา ฉันรู้ว่าโลกไปถึงไหนกันแล้ว ไม่มีใครนิยมใช้รถเปลี่ยนเกียร์กันอีกแล้ว แต่จะให้ฉันคอยหยิบยืมหรือนั่งรอคอยวันที่มีรถเกียร์ออโต้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ฉันจึงยังทำตามความใฝ่ฝันไม่ได้ และต้องอยู่กับความเป็นจริงที่ว่า ฉันขับรถที่บ้านไม่เป็น
ฉันอยากเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ไกลๆ ที่ที่ฉันจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมใหม่ๆ แต่ฉันไม่ได้มีเงินและเวลามากมายขนาดนั้น
ฉันอยากเห็นคนไทยใช้พลาสติกให้น้อยลง ไม่ใช่เพราะถูกบังคับให้ไม่ใช้ แต่เพราะมีความตระหนักรู้มากขึ้น
ฉันอยากเห็นระบบการศึกษาที่ดีขึ้น เพื่อที่เด็กๆจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิด มีระบบการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล
ฉันอยากเห็นคำว่า "ประชาธิปไตย" เป็นคำที่มีความหมายนัยตรง ที่หมายถึงระบบการปกครองในประเทศเราที่อำนาจรัฐมาจากประชนชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่คนฝ่ายหนึ่งเอาไว้ใช้เรียกอย่างกระแนะกระแหนประชดประชัน และคนอีกฝ่ายเอาไว้ใช้กล่าวอ้างว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น
ฉันอยากทำงานภาคสนามในหลายๆที่ทั้งในไทยและต่างประเทศ ฉันอยากเขียนและตีพิมพ์งานวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน คนตัวเล็กๆ คนที่ถูกคนมีอำนาจเอารัดเอาเปรียบ อยากช่วยเป็นสื่อกลางที่ทำให้เสียงของคนเหล่านี้มีคนได้ยินได้ฟังมากขึ้น
ความใฝ่ฝันและความเป็นจริงของฉัน จึงเป็นเหมือนเส้นขนานที่โลดแล่นควบคู่กันไปในเส้นทางชีวิต ความฝันบางอย่างได้รับการเติมเต็ม ความฝันอีกหลายอย่างยังรอคอยการไขว่คว้า ฉันเพียงแต่หวังว่าตลอดช่วงชีวิตของฉัน ความฝันหลายๆอย่าง (หากไม่สามารถทำสำเร็จได้ทุกอย่าง) จะเป็นจริงขึ้นมาได้บ้าง และหวังว่าฉันจะไม่ต้องรอคอยนานจนเกินไป