เราเคยคิดว่า เมื่อเราโตขึ้น เรื่องบางเรื่องที่เราเคยพานพบมาแล้ว เมื่อเราพบมันอีกครั้งในเวลานี้ เราจะมีความสามารถของความเป็นผู้ใหญ่ ที่จะจัดการมันได้อย่างเหมาะสม
แต่เปล่าเลย โจทย์บางโจทย์ต่อให้เราจะเคยแก้มันด้วยตัวของเราเองมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็ยังยากเสมอ และบางครั้งก็เป็นเพราะเราโตขึ้นนั่นเอง ที่ทำให้โจทย์และการแก้โจทย์นั้นซับซ้อน ยอกย้อน จนบางครั้งยิ่งแก้ก็เหมือนยิ่งยุ่งเหยิง
การโตเป็นผู้ใหญ่คืออะไรกันแน่ หรือที่แท้คือการค้นพบว่าเราไม่ได้เติบโตขึ้นเลย เราเพียงแค่อยู่ในโลกนี้นานขึ้น เจ็บปวดบ่อยครั้งขึ้น เราไม่ได้เก่งขึ้น แต่บางครั้งที่เราทำเหมือนไม่เป็นอะไรได้ ก็เพราะเราเก่งที่จะเสแสร้งว่าเราสบายดี ทั้งที่ภายในใจเราก็เจ็บปวดและสับสนไม่ต่างจากในยามที่เราเป็นเด็กเลย
แล้วเมื่อไหร่ ถึงช่วงอายุไหนกันนะ ที่เราพอจะรับมือกับปัญหาความทุกข์ที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงแค่แสดงละครตบตาได้อย่างแนบเนียน หรือแท้จริงแล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับอายุใดๆ แต่มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองทั้งสิ้น อยู่ที่ใจของเรา อยู่ที่วุฒิภาวะที่ไม่ขึ้นอยู่กับวัย ขึ้นอยู่กับความเข้าใจโลกเข้าใจชีวิต ว่ามันก็เป็นเช่นนี้เอง
แล้วเมื่อไหร่กันหนอ ที่ตัวเรา ตอนนี้ วัยนี้ อายุก็ปาเข้าไป 28 แล้ว จะเรียนรู้ที่จะรับมือกับความผิดหวัง ความทุกข์เศร้าเสียใจ ได้อย่างที่คนวัยเราควรจะทำได้ ทำไมความรู้สึกถึงยังมีมากล้นจนบางครั้งก็บดบังเหตุผลและความถูกต้องไปเสียหมด ทำไมถึงยังเสียใจให้กับสิ่งและคนที่ไม่สมควรได้รับ ทำไมทั้งๆที่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี อะไรควรหรือไม่ควร ก็ยังไม่อาจพาตัวเองไปสู่มันได้ ทำไมถึงโง่เขลาหลงอยู่ในสิ่งที่เป็นมายา ทำไมถึงยังจมอยู่กับความเศร้า ย่ำอยู่กับที่ ทั้งๆที่ตัวเราเองก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ในเมื่อคนอื่นเขาเดินหน้ากันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
พอเถอะ เรียนรู้จากความผิดพลาดเถอะ ลุกขึ้นมาเถอะ โลกนี้ยังพร้อมให้เราเริ่มต้นใหม่ในวันใหม่เสมอตราบที่เรายังมีลมหายใจ เรียนรู้จากความผิดพลาด เรียนรู้จากความเจ็บปวด เรียนรู้จากความผิดหวัง ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ว่าตัวเรากว่าจะเป็นเราแบบนี้ก็ต้องผ่านความทุกข์เศร้าอะไรมาตั้งนักต่อนัก แต่เราก็ยังมีชีวิต ยังหายใจ ยังแวดล้อมด้วยคนที่รักเรา แล้วนั่นก็คงพอแล้วให้เราลุกขึ้นมาอีกครั้ง แล้วถ้าหากวันข้างหน้าเราจะต้องเจอโจทย์ใหม่อีกครั้งก็ไม่เป็นไร ตราบที่เรายังหายใจ ยังตื่นขึ้นมาได้ทุกเช้า เราก็จะรอดไปได้เช่นนั้นทุกครั้ง ไม่ว่าทางผ่านมันจะหนักหนาเพียงใดก็ตาม
© 2026 Patawee Promsen