แป๊บๆ ก็สองเดือนอีกแล้ว
เร็วมากๆ เหนื่อยมากด้วย ไม่มีเวลาได้เหงาเท่าไหร่เลย 5555
เรียน grad school มาก็สองปีแล้วเอาจริงๆ
แต่นี่เป็นเทอมแรกในชีวิตนักเรียน grad ที่เรียนหนักจริงๆ
เพราะอ่านหนังสือเยอะจริงๆ
ไม่ใช่เมื่อก่อนไม่เยอะนะ แต่
1.ไม่เยอะเท่านี้
2.ไม่อ่านจริงจังแบบไม่ข้ามเท่านี้
พูดให้ถูกก็คือ เมื่อก่อนทำเลวไว้เยอะ
ติดเพื่อน ติดเที่ยว ติดตกใจ ติดเศร้า ติดหนีปัญหา
เรียกว่าทุกอย่างเอื้อให้ไม่อ่านหนังสืออย่างถึงที่สุด
มองตัวเองตอนนั้นก็ทั้งน่าสงสารทั้งน่าสมเพช
ไม่เคยอยู่เมืองนอกมาก่อน ไม่คุ้นเคยกับระบบการเรียนแบบนี้เลย
ตกใจมาก ทำไม่ได้ ไม่คุ้นเคย ร้องไห้ก่อนไปเรียน
หนังสือน่ะเหรอ อะไรอะ ไม่รู้เรื่องเลย ไม่เคยอ่านรู้เรื่อง
สุดท้ายก็เลยไม่อ่านมันซะเลย ไปเรียนก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง ตามเพื่อนไม่ทัน
ครั้งหน้าก็เลยหนีปัญหาด้วยการโดดเรียนมันซะเลย
วนเวียนเป็นวงจรอยู่แบบนี้
จนเทอมสุดท้ายก่อนจบนั่นแหละที่ได้ฉุดตัวเองขึ้นมาจากหลุมดำได้
แต่ตอนนั้นก็เกือบจะไม่ทันการเหมือนกันนะ
ก็ต้องเตือนตัวเองเอาไว้บ่อยๆว่าโอกาสแบบนั้นคงไม่มีบ่อยๆ
หรือไม่ก็ไม่มีอีกแล้ว
อย่าได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนั้นอีกเลย
พอมาเรียนเอกที่นี่
ก็เลยต้องเหมือนมาเริ่มใหม่ทั้งหมดเลย
เทอมนี้เรียนวิชาทฤษฎีใหม่ ก็เหมือนมาเริ่มใหม่ทีเดียวเชียว
ก็เป็นผลกรรมของอดีตที่ทำไว้นั่นล่ะนะ 555
แต่เราก็จะไม่โทษตัวเองหรอก
เพราะถือว่าอย่างน้อยๆเราก็ได้ตระหนักรู้
และได้ก้าวออกมาจากความขลาดเขลาแบบนั้นแล้ว
สิ่งที่ทำตอนนี้ก็คือ
พยายามอ่านงานที่อาจารย์สั่งให้อ่านทุกชิ้น
มันก็มีบางชิ้นของบางวิชาที่อ่านข้ามๆบ้าง เพราะมันไม่ทันจริงๆ
แต่วิชาหลัก ที่ต้องอ่านหนังสืออาทิตย์ละเล่ม เล่มละสามสี่ร้อยหน้า
ก็อ่านจบมาทุกอาทิตย์
พยายามจะเป็นคนดีของอาจารย์
ไม่ใช่แค่อาจารย์ที่นี่
แต่อาจารย์จากที่เก่า ที่เขาให้โอกาสเรา
ที่เขาทำให้เราได้มีโอกาสยืนขึ้นอีกครั้ง
ทั้งที่เราไม่สมควรได้รับโอกาสด้วยซ้ำ
การทำครั้งนี้ มันเลยไม่ใช่การทำเพื่อตัวเองคนเดียว
แต่ทำเพื่อผู้มีพระคุณ พ่อแม่ ทุน ครูบาอาจารย์ คนที่รักเราทุกคน
ถ้าเรายัง be on track ทุกคนก็จะโล่งใจ ไม่เป็นห่วง
นั่นล่ะนะ ช่วงนี้ก็เลยหนักหน่อย
พยายามอ่านหนังสือให้ทัน เพื่อจะได้ตามบทเรียนให้ทัน
แล้วก็พยายามจัดสรรเวลาส่วนอื่นๆไปด้วย
เทอมนี้กับเทอมหน้าทำงานด้วย คือทำที่ห้องสมุด
เป็นคนทำบรรณานุกรมให้ MLA
ก็จะต้องเจียดเวลาอาทิตย์ละ 15 ชั่วโมงไปทำงานด้วย
มันก็เปลืองเวลา แต่มันก็ดีนะ
มันทำให้เราได้โฟกัสที่เรื่องอื่นบ้าง ไม่จมอยู่กับเรื่องเรียนมากเกินไป
ทำให้ได้เงินค่าขนมมาใช้อีกหน่อย ทำให้เราได้คุยกับเพื่อนมากขึ้น
ส่วนเรื่องอื่นๆที่เราชอบ ยังไม่มีโอกาสได้ทำเลย
อยากไปเที่ยว อยากไปกิน 5555 ไม่มีเพื่อนกินแบบเดิมแล้ว
ก็ค่อยๆว่ากันไปเนอะ
วันนี้ก็เลยแปะรูปนิดหน่อย พอให้ได้ภาพว่าช่วงชีวิตนี้ทำอะไร
สรุป สองอย่าง หนังสือ กับธรรมชาติที่โรงเรียน 555
ก็ดีแล้วล่ะเนาะ มันก็ลงตัวดีงามดีแล้ว
สุขภาพก็ต้องดูแลกันต่อไป
ซีสยังอักเสบและดูไม่มีทีท่ายุบเลย
แต่ก็กังวลกับมันน้อยลง
รอให้ปิดเทอมก่อนนะ
ตอนนี้ไม่พร้อมจะผ่าตัดจริงๆ